No comments yet

ผลของการหว่านในดินแดนมิสซัง

ในงานประกาศข่าวดี บรรดาธรรมทูตมีเรื่องเร่งด่วนที่ต้องทำหลายด้าน แต่เพื่อความ ก้าวหน้าอย่างยั่งยืน พวกเขาต้องสร้างพื้นฐานมิสซังให้เข้มแข็งก่อน ซึ่งเราจะเห็นได้จากตัวอย่าง ของผลการประชุมซีโนดหรือสมัชชาที่อยุธยา ให้มีการตั้งนักบวชท้องถิ่น จัดทำเอกสารเผยแพร่ คำสอน และการตั้งบ้านเณร

เมื่อผมเข้ามากัมพูชาใหม่ๆ ก็เห็นว่า คณะธรรมทูตไทย ได้ทำงานร่วมกับพระศาสนจักร ท้องถิ่นเป็นหลัก มุ่งสร้างพระศาสนจักรท้องถิ่นให้เข้มแข็ง ซึ่งช่วงแรก ก็คิดถึงเรื่องปากท้อง พร้อม กับการสร้างความเข้มแข็งด้านความเชื่อ มีงานเมตตาจิตควบคู่ไปการจัดอบรม สัมมนา ในระดับ ต่างๆ มากมาย ยิ่งในสมัย พ่อวีรชัย ศรีประมงค์เป็นเจ้าอาวาสที่ วัดน.ยอแซฟ พซาโตจ ในกรุงพนมเปญ ที่นี่เป็นเหมือนศูนย์กลางการประกาศพระสารอย่างมีนัยสำคัญในช่วงทศวรรษที่ 90

เป็นที่น่าสังเกตว่า เราไม่ได้เน้นการสร้างวัดที่เป็นตัวตึกตัวอาคารกันทันที ส่วนใหญ่ถ้ามี ของเก่าก็ซ่อมแซมเติมต่อพอใช้ได้ หรือถ้าจะสร้างก็พอใช้เป็นที่สวดภาวนา จนในช่วง 10 กว่าปีมานี้ การสร้างสถานที่เหมาะสมสำหรับเป็นที่ประทับของพระเจ้า ก็ค่อยๆ มีมากขึ้น อย่างที่ จ.ตาแก้ว จ.กำโปต และหลายจังหวัดในเขตมิสซังบัดตำบอง ในช่วงหลังๆ นี้ ก็กำลังสร้างที่ จ.มณดลคีรี ในหมู่บ้านบูสรา ของชนเผ่าปโนง

ที่วัดน.ยอแซฟ พซาโตจ พนมเปญ เราใช้ห้องโถงใหญ่ ตบแต่งเป็นวัดมาถึงตอนนี้คือ 29 ปีมาแล้ว จนกระทั่งพระคุณเจ้าโอลีเวียร์ เห็นว่าถึงเวลาแล้ว จึงได้ขอการสนับสนุนจากคณะ มิสซังต่างประเทศกรุงปารีส มาเป็นทุนในการก่อสร้าง การเตรียมการกับปัญหาโควิด ทำให้เราต้อง ใช้เวลาถึง 2 ปี และเมื่อสถานการณ์เหมาะสม เราก็เริ่มลงเสาเข็ม ในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2021 ที่ผ่านมา ผมต้องขอบคุณพี่น้องคนไทยสนับสนุนทำบุญตลอดเดือนที่ผ่านมา ผ่านทางคุณแสงจันทร์ สุรีย์ส่องและน้องปอ ขอพระอวยพรพี่น้องกลับไปร้อยเท่าทวีคูณ

ทางวัดได้มีพิธีวางศิลาฤกษ์เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2021 ที่ผ่านมาก ซึ่งเป็นวันเริ่ม ปีใหม่ทางพิธีกรรม คือ วันอาทิตย์ที่หนึ่งในเทศกาลเตรียมรับเสด็จฯ พระคุณเจ้าโอลีเวียร์ ได้กำหนด วันให้สอดคล้องกับสถานการณ์โควิด ที่รัฐบาลยกเลิกมาตรการจำกัดจำนวนมนุษย์ เรามีพิธีมิสซา บูชาขอบพระคุณกันก่อนในตอนเช้า หลังจากนั้นจึงไปรวมกันที่พื้นที่ก่อสร้าง ที่ได้จัดเตรียมปะรำพิธี และหลุมใส่หิน และ แผ่นศิลาจารึกที่ถูกจัดไว้อย่างเรียบร้อย งานนี้ได้รับการเกียรติ จากผู้ว่า การเขตรึไซแก้ว ตัวแทนจากกระทรวงศาสนาของเขต หัวหน้าแขวงและเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นทุกระดับ มาร่วมงานกันพร้อมหน้า พิธีเริ่มด้วยการอ่านรายงานของเจ้าอาวาส พิธีเสกหลุมใต้พระแท่น มีพิธีร่วมใส่หินในหลุม ที่อยู่ตำแหน่งกลางหอระฆังของตัวโบสถ์ และพิธีเสกศิลาฤกษ์ พระคุณเจ้าได้ระลึกถึงประวัติศาสตร์ ของพระศาสนจักรในกัมพูชา ซึ่งยังหลงเหลืออาคารเก่าแก่อยู่บางแห่ง โดยเฉพาะสำนักบิชอป ที่ซึ่งปัจจุบันกลายเป็น ศาลาว่าการกรุงพนมเปญ ดังนั้น การสร้างวัดใหม่ที่พซาโตจ พนมเปญแห่งนี้ พระคุณเจ้าขอให้เป็นเครื่องหมายของความหวังใหม่ ให้พี่น้องคาทอลิกเป็นก้อนหินที่มีชีวิต เป็น พยานให้กับผู้อื่นต่อไป

ส่วนท่านผู้ว่าการกล่าวขอบคุณพระศาสนจักร ถึงการช่วยงานสังคม โดยเฉพาะด้านการ ศึกษา และการช่วยทางรัฐในช่วงโควิดที่ผ่านมา ท่านขอให้กลุ่มคริสตชนที่นี่ ร่วมมือกันสร้างสันติสุข ในสังคม พร้อมทั้งอวยพรให้การสร้างวัดใหม่นี้ได้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี

การสร้างโบสถ์ใหม่ เป็นโอกาสที่เกิดไม่ค่อยบ่อยนัก เพราะต้องเตรียมการนานและดูความ เหมาะสมของแต่ละพื้นที่ ต้องศึกษาอัตลักษณ์ของท้องถิ่น รวมทั้งต้องวางแผนการก่อสร้างอย่าง รัดกุมตั้งแต่ฐานราก ทำให้ผมยิ่งตระหนักว่า ยิ่งการเตรียมสร้างศาสนสถาน ต้องใช้เวลาการ เตรียมการมากเท่าใด การก่อสร้างมิสซังให้เติบโตก็ยิ่งต้องใช้เวลาเตรียมมากเท่านั้น และสิ่งที่เป็น หัวใจสำคัญคือ การเตรียมสร้างบุคลากรท้องถิ่นของมิสซัง นั่นคือ พระสงฆ์และนักบวช และ คริสตชนที่มีคุณภาพ ซึ่งเป็นงานของประกาศกอย่างแท้จริงและผลจากงานการหว่านในงานด้านการอบรมที่เราทำกันหลายปีที่บ้านเณรใหญ่ในกัมพูชา บัดนี้ได้เกิดดอกตูมขึ้นมาแล้ว คือมีการบวชสังฆานุกร ชาวปโนงคนแรกของกัมพูชา ต้องขออนุญาต แบ่งปันพี่น้องว่า ที่กัมพูชาก็มีชนเผ่าเหมือนบ้านเรา อาศัยอยู่ตามป่าเขา มีภาษาและวัฒนธรรมเป็น ของตนเอง ส่วนใหญ่อาศัยตามจังหวัดชายแดน เผ่าที่เป็นคาทอลิกมากที่สุดตอนนี้คือ เผ่าปโนง พบมากที่ จ.มณดลคีรี ติดชายแดนเวียดนาม ในเขตมิสซังกำปงจามจากระบบการอบรมในบ้านเณรที่กัมพูชา เมื่อสิบกว่าปีที่ผ่านมา เริ่มมีเยาวชนเผ่าปโนงได้มี โอกาสศึกษาในระดับที่สูงขึ้น จนมีคนหนึ่ง ชื่อ ประ บุญฮง ได้เข้ารับการศึกษาในบ้านเณรใหญ่ ด้วยอายุวัยที่สูงความเพื่อนร่วมรุน เขาต้องเรียนภาษาเขมร และต้องเรียนปรัชญาและเทววิทยา ที่ค่อนข้างยาก แต่ในที่สุด จนเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2021 ที่ผ่านมา บราเดอร์ได้ตัดสินใจ บวชเป็นสังฆานุกร และกลางปีหน้า ถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงคงได้เห็นพระสงฆ์ชาวปโนงคนแรก

แต่เป็นที่น่าเสียดายว่า เณรใหญ่เรามีน้อย ตอนนี้เรียนอยู่ที่บ้านเณรใหญ่กัมพูชาปีหก มีอยู่ 2 คน และเรียนปรัชญาปีสามที่แสงธรรม 3 คน แต่ก็มีความหวังนิดหน่อยคือ มีคนหนึ่งกำลัง เตรียมไปเรียนแสงธรรมปีหน้า และอีกคนหนึ่ง กำลังเข้สู่ปีเตรียมเข้าบ้านเณรใหญ่แม้เราจะยากจนเรื่องกระแสเรียก แต่จิตใจธรรมทูตเราก็หมั่นแสวงหาความหวังและกำลังใจ เสมอ ผมจึงเปิดรับเยาวชนมาฝึกตน โดยทำหน้าที่คล้ายบ้านเณรเล็ก ซึ่งมีอยู่สามคน ผมยังหมั่น ท้าทายเยาวชนทั่วไปเสมอด้วย ขอพี่น้องช่วยภาวนาและส่งเสริมงานประกาศพระวรสารของ คณะธรรมทูตไทย ขอครอบครัวศักดิ์สิทธิ์อวยพรให้พี่น้องทุกครอบครัวด้วยนะครับ