No comments yet

แม้อากาศจะเปลี่ยนแปลง แต่งานธรรมทูตยังต่อไป

🙏        เดือนที่ผ่านมา บ้านเมืองเราไม่เพียงแต่ประสบปัญหาโควิดหรือปัญหาการเมือง พี่น้องเรา ยังประสบปัญหาที่เกิดจากภัยธรรมชาติ คือน้ำท่วม จากหน้าฝน พอเข้าหน้าแล้ง ก็ประสบภัยแล้ง ซ้ำซากวนเวียนกันแบบนี้ทุกปี
น้ำท่วมที่ผ่านมา บางแห่งสร้างความเสียหายมากมาย ในหลายแห่งทั่วโลก แม้แต่ใน ประเทศเพื่อนบ้านเรา อย่าง พม่าลาว เวียดนาม กัมพูชา ก็มีหลายพื้นที่ประสบภัยพิบัติ สิ่งต่างๆ เหล่านี้ เราก็คงจะปฎิเสธไม่ได้ว่าเป็นผลจากกระทำของเรามนุษย์ กิจกรรมของมนุษย์แม้เพียงเล็ก น้อย แต่ก็อาจจะส่งผลยิ่งใหญ่ต่อธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมของเรา อย่างไม่น่าเชื่อ เช่น การใช้พลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวทิ้ง เราใช้ไม่เพียงกี่นาที แต่พลาสติกนั้น กลับอยู่ค้างในสิ่งแวดล้อม เป็นร้อยๆ ปี หรือการใช้ไฟฟ้า ที่เราคิดว่าถูก แต่สิ่งที่เราไม่ได้คิดไว้ในราคาค่าไฟ คือ ค่าความ เสียหายทางธรรมชาติ เช่นพื้นที่ป่า การปล่อยสารคาร์บอนที่ทำให้โลกร้อน หรือ การเดินทาง ที่ช่วยอำนวยความสะดวก แต่ก็แลกมากับปัญหามลภาวะทางอากาศ อย่างที่เราได้ข่าวเรื่องฝุ่นใน อากาศในกรุงเทพฯ
             ปัญหาที่กัมพูชา เรื่องขยะกำลังเป็นปัญหาที่เหมือนระเบิดเวลา แม้วินัยของคนจะดีขึ้น แต่ ผลจากความเจริญและการบริโภค และความมักง่ายของคน เราจะยังเห็นขยะอยู่ทุกหนแห่ง ท่อระบายน้ำก็มักจะอุดตันไปด้วยขยะพลาสติกอย่างไม่หยุดหย่อน และถ้าเราขับรถไปต่างจังหวัด ก็จะเห็นว่าป่าไม้ถูกตัดถูกทำลายตาม ข้างทางอย่างน่าเสียดาย
ตอนนี้พระศาสนจักรสากล กำลังเคลื่อนไหวอย่างมากในเรื่องนี้ โดยสมณสาสน์ของสมเด็จ พระสันตะปาปา ในระยะหลังๆ เช่น จงสรรเสริญพระเจ้า (Lodato Si) หรือ ทุกคนเป็นพี่น้องกัน (Fratelli Tutti) ฯลฯ ก็มักจะพูดถึง ปัญหาสิ่งแวดล้อม ซึ่งผลกระทบที่เกิดขึ้น ทำให้คนยากจน คนที่ไม่มีที่พึ่ง กลายเป็นบุคคลแรกๆ ที่จะได้รับผลกระทบก่อนคนอื่น อย่างเช่น เมื่อมีโควิดเกิดขึ้น ทำให้เราเห็นว่า การเข้าถึงวัคซีนมีความเลื่อมหล้ำอย่างเห็นได้ชัด ระหว่างประเทศที่พัฒนาแล้ว กับประเทศที่ยากจน หรือ เมื่อมีปัญหาน้ำท่วมหรือความแห้งแล้ว ทำให้เกิดการอพยพผู้คนนับล้าน ซึ่งส่วนใหญ่ เป็นผู้คนที่อยู่ในชนบท พากันจะละทิ้งเรือกสวนไร่นา มาหางานทำในเมือง
ระหว่างวันที่ 28-30 กันยายน 2021 ที่ผ่านมา มีการชุมนุมกลุ่มนักเคลื่อนไหวรุ่นเยาว์นับ พันคนจากทั่วโลก มารวมกันในงาน Youth4Climate ซึ่งจัดที่เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี พระสันตะปาปาทรงสนับสนุนเยาวชนที่ออกมาทวงคืนอนาคตด้านสิ่งแวดล้อมของพวกเขา และทรง ให้กำลังใจพวกเขา แม้โดยส่วนพระองค์เองก็ทรงสนับสนุนเป้าหมายต่างๆ เพื่อสิ่งแวดล้อม อย่างงาน COP26 Global Climate Summit ที่กรุงกลาสโกว์ ในเดือนพฤศจิกายน 2021 นี้ ก็อยู่ในแผนการเข้าร่วมของพระองค์ด้วยเช่นกัน
มาในระดับพระศาสนจักรท้องถิ่น อย่างระดับมิสซังหรือวัด การเทศน์สอนเรื่องสิ่งแวดล้อม ให้คริสตชนได้ตระหนัก ก็มีหลากหลายกันไป ในกัมพูชา โดยเฉพาะทางเขตพระตะบอง พระคุณเจ้า กีเก้ กับองค์การของคณะเยสุอิต ได้ร่วมมือกับผู้นำท้องถิ่น โดยเฉพาะด้านศาสนา มีกิจกรรมด้าน สิ่งแวดล้อมอยู่เรื่อยๆ เช่นการปลูกต้นไม้กับสงฆ์ทางพุทธศาสนา หรือแม้แต่พระคุณเจ้าโอลีเวียร์ ก็มีฟาร์มออร์แกนนิค ส่งผลผลิตเพื่อเลี้ยงดูคนจน โดยเฉพาะในช่วงโควิดหลายต่อหลายครั้ง
วัดของผมเอง “เป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อม” ก็เป็นหัวข้อหนึ่งในการรณรงค์ให้คริสตชน รู้จัก ดำเนินชีวิตโดยเคารพสิ่งแวดล้อม อย่างเช่น การติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ เพื่อลดการใช้ไฟฟ้าจากรัฐ ซึ่งผมเองก็ศึกษามาพอสมควร จนทุกวันนี้สามารถลดการใช้ไฟรัฐถึง 60-70% การปลูกต้นไม้ สร้าง ความร่มรื่นในเขตวัด เพิ่มพื้นที่สีเขียวบนหลังคา ทำปุ๋ยหมัก ผมคิดว่า ถ้าหลายวัดมีแผนสีเขียว ในเขตวัดปกครองของตนเอง เราก็จะเห็นพลังของคริสตชน ในการเปลี่ยนแปลงโลกเราให้สะอาด น่าอยู่มากขึ้น
ถึงแม้ว่า เราคงวัดผลไม่ได้ทันทีเรื่องผลกระทบเรื่องใดเรื่องหนึ่งของปัญหาสิ่งแวดล้อม กับ การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ เพราะมีปัจจัยหลายอย่าง แต่เราก็ยอมรับว่ามันมีความเกี่ยวข้อง กันและปฏิเสธไม่ได้ว่า โลกเราที่ร้อนเร็วขึ้น เป็นผลมาจากกิจกรรมต่างๆที่สร้างก๊าซคาร์บอน ไดออกไซด์(ก๊าซเรือนกระจก)ให้เกิดมากขึ้นในชั้นบรรยากาศ
             ดังนั้น เมื่อพบปัญหาที่อาจจะมาจากสิ่งแวดล้อม ก็อาจจะต้องแก้ไขปัญหา เป็นหลายระดับ อย่างเช่น ปัญหาเฉพาะหน้า จากผลกระทบโควิด พระศาสนจักรเราตอบสนอง พร้อมกับความ ต้องการขั้นเร่งด่วน คือ การยื่นมือเข้าช่วยเหลือแบบเชิงรุก เช่น การมอบบริจาคข้าวของให้ ผู้ที่กักตัว หรือ “โครงการแสงธรรมปันรัก” งานเมตตาที่ทำกันที่บ้านเณรแสงธรรม กำลังทำ หรือ การยื่นมือ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ขององค์กรคาทอลิกหรือเขตวัดต่างๆ
การแก้ไขปัญหาระยะกลาง ก็คือ การวางแผนป้องกันผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นอย่างรุนแรง กับสังคม ซึ่งอาจทำให้เกิดการอพยพผู้คน การเพิ่มการเดินทางสาธารณะ ใช้รถยนต์ไฟฟ้า ลดการใช้ น้ำมันทุกประเภท การอบรมเพิ่มขึ้น
และการแก้ไขปัญหาระยะยาว คือ การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม และหันมาใช้เทคโนโลยี สะอาด พระศาสนจักรมีแผนในทุกระดับ ให้คริสตชนมีจิตสำนึก มีหัวใจสีเขียว รักสิ่งแวดล้อมมากขึ้น สารของสมเด็จพระสันตะปาปา ให้ลงไปถึงรากหญ้า และให้กระตุ้นสำนึกคนรุ่นใหม่ ให้ทวงคืนธรรม ชาติที่ดี สำหรับรุ่นพวกเขาในอนาคต
             คณะธรรมทูตไทย ขอร่วมใจ แบ่งปันหัวใจสีเขียวให้เป็นส่วนหนึ่งของข่าวดีใหม่ ในพระ อาณาจักรของพระเจ้าในแผ่นดินนี้


Post a comment