No comments yet

อีกหนึ่งใบไม้ที่ร่วงโรย

🙏ช่วงนี้เราได้ยินข่าวคราวไม่เว้นแต่ละวันเรื่อง การล้มหายตายจาก ของผู้คนจากเรื่องโควิด บางคนก็เป็นคนที่เรารู้จัก หรือบางคนก็เป็นคนในครอบครัวเราเอง ความลำบากใจอย่างหนึ่ง ของชีวิตฝ่ายจิตของเราคือ เห็นคนตาย แต่ประกอบพิธีกรรมให้เกียรติผู้ล่วงลับตามธรรมเนียมไม่ได้ แต่ละประเทศมีนโยบายเรื่องการประกอบพิธีศพตามสถานการณ์การระบาดของแต่ละประเทศ
ที่กัมพูชา ถ้าเป็นผู้ตายทั่วไปรัฐบาลกำหนดให้มีการขออนุญาต และจำกัดจำนวนคนร่วม ยกเว้นผู้ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นผู้ป่วยโควิด ไม่อนุญาตให้มีพิธีศพเลย คือให้ไปที่เมรุทันที ปัจจุบัน (ส.ค.2021) มีวัดที่อนุญาตให้เผา อยู่ 4 วัด ออกไปชานเมือง ทั้งประเทศสถิติผู้เสียชีวิตทั้งประเทศ 30 กว่าคนต่อวัน แม้จะน้อยกว่าเมืองไทย แต่เมื่อเทียบกับจำนวนประชากร นับว่าสูงพอควร
              เมื่อวันที่ ๑๒ กรกฏาคม ๒๐๒๑ พระศาสนจักรได้สูญเสียพระสงฆ์ผู้ใหญ่องค์หนึ่งไป คือ คพ. โทนี เวนดรามิน (Toni Vendramin, PIME) จากคณะปีเม ในวัยอายุ 79 ปี คุณพ่อ เป็นชาวอิตาลี ก่อนเข้าทำงานในกัมพูชา เคยทำงานถึง 15 ปี ในประเทศบังคลาเทศ ความพิเศษของคุณพ่อคือ เป็นธรรมทูตในกลุ่มแรกๆ ที่เข้ามาในประเทศกัมพูชาหลังจากสงคราม กลางเมืองที่ยังไม่สงบดี (29 พ.ค. 1990) คุณพ่อตัดสินใจมาพร้อมกับภาระกิจด้านวิญญาณ คือ เป็นพระสงฆ์ที่ช่วยเรื่อง การถวายมิสซาและชีวิตฝ่ายจิต ให้กับคณะธรรมทูตเมตตาธรรม หลังจาก ได้พบกับคุณแม่เทเรซา แห่งกัลกัตตา ได้ขอพระสงฆ์ช่วยสมาชิกของคุณแม่ ในขณะที่ทางคณะปีเม เองก็กำลังหาทางเข้าไปทำงานในกัมพูชาในเวลานั้นด้วย ต่อมาได้ใช้งานเมตตาธรรม นำร่อง ในการติดต่อผู้คน โดยตั้ง “องค์การมนุษยชาติใหม่” (New Humanity) เป็นเครื่องมือ ด้วยโครงการมากมายในหลายจังหวัด
              คุณพ่อยังช่วยงานด้านการอบรมที่มหาวิทยาลัยของรัฐ ช่วยเหลือคนพิการ และการศึกษา ให้กับเด็กและเยาวชน ติดตามช่วยเหลือผู้ต้องขังชาวต่างชาติ และช่วยก่อตั้งวัดที่หมู่บ้านออมเปอว เปรย จ.กันดาล ช่วยงานแปลหนังสือมิสซา จนกระทั่งช่วงเวลาสุดท้ายได้ไปช่วยงานวัดที่โปเจนตง ซึ่งอยู่ใกล้ สนามบินและไม่ไกลจากบ้านของคณะปีเมนัก และได้จากไปตามอายุขัยที่ร่วงโรย ในแผ่นดินประเทศกัมพูชา
พิธีศพถูกเลื่อนมาเกือบสองอาทิตย์ เพราะเรื่องเอกสารและปัญหาโควิด จนกระทั่ง ได้ทำ พิธีปลงศพ เมื่อวันที่ 28 ก.ค. 2021 ที่ผ่านมา ที่วัดน.ยอแซฟ พซาโตจ พนมเปญ ภายใต้เงื่อนไข การเข้าร่วมแบบจำกัดจำนวน
นับตั้งแต่หลังสงครามเป็นต้นมา ประเทศกัมพูชาถูกจัดอยู่ในประเทศในเขตแดนธรรมทูต แม้จนกระทั่งปัจจุบัน พระศาสนจักรท้องถิ่นยังไม่สามารถอยู่ได้ด้วยตัวเอง มีธรรมทูตทั้งหน้าเก่า หน้าใหม่ ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาไม่ขาดสาย แต่ถ้าจะนับคนที่อยู่ติดจริงๆ ไม่ย้ายออกไปก่อน ก็แถบนับคนได้ และคุณพ่อโทนี ก็เป็นหนึ่งในนั้น แม้จะเป็นประเทศที่สอง ในชีวิตธรรมทูต แต่เป็น ประเทศสุดท้ายของท่าน ชีวิตท่านเหมือนใบไม้เคยให้ร่มเงาอย่างยาวนานถึง 31 ปี และวันนี้ก็ร่วง หล่นดินกลายเป็นปุ๋ยให้ต้นไม้อื่นได้มีชีวิตใหม่ขึ้นมาอีก
               คุณพ่อนับเป็นธรรมทูตต่างชาติคนที่ 3 ที่พลีชีพในดินแดนธรรมทูตในกัมพูชานี้ และวัด น.ยอแซฟ พซาโตจ พนมเปญ ก็ได้รับเกียรติ เป็นสถานที่ปลงศพ ให้กับธรรมทูตทั้งสามท่านทั้งสิ้น คือ คพ.เดอนิส(คณะธรรมทูตจากควีเบค คานาดา, 2013), พระคุณเจ้าเอมิล เดตอมบ์(MEP, 2016), และ คพ.โทนี่ เวนดรามิน(PIME, 2021) สำหรับผมแล้ว บรรดาธรรมทูตที่จากไป ในแผ่นดินธรรมทูต เป็นอนุสรณ์ให้กับชนรุ่นหลังได้รำลึกถึงความเสียสละ และวีรกรรมในสมัยของ ท่าน เป็นสักขีพยาน ถึงความรักของพระเป็นเจ้าท่ามกลางประชากรของพระ ไม่ว่าจะเป็นอัฐิ หรือ ร่างที่ฝังอยู่ในพื้นดินกัมพูชา ล้วนเป็นสักขีพยานของการเสียสละ ด้วยอุดมการณ์แห่งความเชื่อใน พระเยซูคริสต์ ดุจดังบรรดาอัครสาวกที่ถูกส่งไป และส่วนใหญ่ได้จากโลกนี้ไป ในสถานที่ที่ไกล จากบ้านเกิดเมืองนอนทั้งสิ้น แม้พวกเราชนรุ่นหลังบางคนไม่รู้จักส่วนตัวท่าน แต่ขอให้ระลึกเสมอว่า ยังมีพระสงฆ์ นักบวช หลายท่านได้ทำงานอยู่ที่ดินแดนธรรมทูตจนวาะสุดท้าย เป็นแนวหน้าของ พระศาสนจักร
การจากไปของคุณพ่อโทนี่ เป็นมรณานุสติ ที่ดีสำหรับเราทุกคน ที่จะตอบกระแสเรียก ของตนเองอย่างดีก่อนตาย เราไม่พ้นความตาย ไม่มีใครถามว่า เรามีอะไรในช่วงมีชีวิตอยู่ แต่เค้าจะ ถามกันว่า เราเป็นอะไรตาย? เพื่อพวกเขาจะได้หลีกเลี่ยงป้องกันชีวิตพวกเขา แต่สำหรับเรา คริสตชน และโดยเฉพาะเหล่าธรรมทูต เป็นโอกาสได้ไตร่ตรองว่า ถ้าเราจะต้องตาย เราจะเหลืออะไร ไว้ให้พระศาสนจักร ให้สังคม ให้ชนรุ่นหลัง
สมาชิกธรรมทูตไทย ได้มีประสบการณ์พี่น้องร่วมอุดมการณ์ที่จากไปกันแล้ว จึงเป็น โอกาสดี ได้คิดถึงกระแสเรียกของพวกเราที่มีเพื่อประกาศข่าวดี เพื่อก่อสร้างพระศาสนจักรท้องถิ่น และเป็นโอกาสถามตัวเองว่า เราจะยังพร้อมออกไปเพื่อถวายชีวิตนี้แด่พระ ด้วยกิจการงานประกาศ ข่าวดีนี้อยู่หรือเปล่า? แต่ละวัน เราได้ทำอะไรบ้าง? สำหรับพี่น้องแนวหลัง เราต้องขอบคุณท่าน อยู่เสมอที่สนับสนุน ค้ำจุนงานธรรมทูตของพระศาสนจักร และเป็นกระแสเรียกหนึ่งที่ท่านทำได้
ขอให้คุณพ่อโทนี่ และบรรดาผู้ล่วงหลับในพระคริสต์ ช่วยภาวนาเพื่อเราด้วยเทอญ…


Post a comment