No comments yet

บทความของมิสชั่น ฉบับที่ 29

เสริมพลังฝ่ายจิตก่อนออกสู่พันธกิจ

          สำหรับชีวิตธรรมทูต สิ่งท้าทายอีกอย่างหนึ่งคือ การพยายามมีชีวิตฝ่ายจิต ที่ยึดพระเยซูเจ้า เป็นศูนย์กลางเสมอ ในพระธรรมนูญ ข้อ D. 23 ได้กล่าวไว้ว่า1. ดังที่พวกอัครสาวกได้กระทำ เราจะให้ การภาวนามาเป็นอันดับแรก ซึ่งจะต้องเป็นจิตวิญญาณของการแพร่ธรรมของเรา เราพยายามที่จะเชื่อม การงาน และการภาวนาอาศัยการเสวนากับพระเจ้าอย่างสม่ำเสมอ” และในข้อ 5กล่าวว่า “ทั้งในชีวิต ส่วนตัวและของหมู่คณะ จะต้องมีส่วนร่วมอย่างกระตือรือร้นในชีวิตภาวนาของพระศาสนจักรท้องถิ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในโอกาสที่มีความหมายและเทศกาลที่สำคัญของปีพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ เพื่อรักษา ความสัมพันธ์กับพระศาสนจักรท้องถิ่น และบทบาทพิเศษของพวกเราในพระศาสนจักรนั้นๆ”รวมทั้งในข้อ๖. เพิ่มเติมอีกว่า “สมาชิกต้องถือช่วงเวลาเข้าเงียบประจำปีอย่างสัตย์ซื่อ”{besps}documents/frdenarticle/acticle29{/besps}

 

          ดังนั้น แม้จะมีการเข้าเงียบประเมินผลประจำปีของคณะธรรมทูตทุกปี ในเดือนมกราคม เรายัง ต้องให้ความร่วมมือกับพระศาสนจักรท้องถิ่น ด้วยการร่วมเข้าเงียบพร้อมกับพระสงฆ์คาทอลิกทั่ว ประเทศ ทั้งที่ทำงานในเขตวัดและงานองค์การ ทั้งที่เป็นธรรมทูตจากต่างชาติและพระสงฆ์พื้นเมือง ทุก คนต้องไปร่วมการเข้าเงียบประจำปี ซึ่งปีนี้ได้จัดที่เดิมคือ ศูนย์เข้าเงียบวัดนักบุญมีคาแอล จ.กรุง พระสีหนุ หรือเรียกสั้นๆว่า กำปงโซม ในระหว่างนั้นที่ 1-6 พฤษภาคม 2015 ซึ่งในปีนี้ได้เชิญพระสงฆ์จากประเทศอินเดียมาเทศน์เข้าเงียบให้กับพวเรา

          การเข้าเงียบรวมแบบนี้ได้เริ่มมาตั้งแต่ปีแรกๆ ที่ธรรมทูตกลับเข้ามาทำงานในกัมพูชาใหม่ๆ คือ ประมาณ ปี 1994 คือหลังจากการเลือกตั้งครั้งแรก ซึ่งพระสงฆ์ที่เข้ามาส่วนใหญ่มาจากคณะธรรมทูตกรุงปารีส และสมาชิกธรรมทูตบางคณะที่เริ่มเข้ามา ซึ่งรวมทั้งสมาชิกของไทยเราด้วย

          แต่เดิมที่ผมเข้ามาทำงานในปี 2003 จะมีการเทศน์เข้าเงียบสองรอบ โดยแบ่งเป็นสองภาษาคือ ภาษาฝรั่งเศสและภาษาอังกฤษ ต่อมาบางปีก็ใช้ภาษาเขมรบ้าง แต่ระยะหลังๆ มักเทศน์หลายรอบ โดย ไม่ซ้ำกันโดยใช้ภาษาอังกฤษ พระสงฆ์ชาวกัมพูชาเอง ก็ต้องปรับตัวกับบรรยากาศแบบนี้ เพราะเป็นการ เข้าเงียบของพวกเขาโดยเฉพาะ เพราะนอกจากการเข้าเงียบครั้งนี้แล้ว พวกเขาไม่มีการเข้าเงียบประจำ ปี ในที่อื่นอีกแล้วยกเว้นเป็นการส่วนตัว

          ในปีนี้เรามีพระสงห์ใหม่ที่ไม่เคยมาเลย สามท่าน ซึ่งเป็นเยสุอิตจากเกาหลีและออสเตรเลีย อย่าง ละท่าน มีคณะธรรมทูตเกาหลีอีกคนหนึ่ง นอกจากนั้นมีพระสงฆ์กัมพูชาใหม่สองท่าน ที่มาร่วมกันเป็น ครั้งแรกในที่นี่คือ พ่อรัวะ และพ่อโบเร่ย รวมทั้งสังฆานุกรสุข ณา ที่จะบวชในเดือนมิถุนายนนี้อีกท่าน หนึ่ง รวมแล้วมีเกือบห้าสิบองค์

          เรื่องที่พัก แต่ก่อนแค่ศูนย์เข้าเงียบของวัด สามารถรับรองได้อย่างสบาย เพราะไม่เกิน 30 ท่าน แต่ระยะหลังๆ มีพระสงฆ์บางส่วนต้องไปพักที่โรงแรมหรือไม่ก็เกสเฮาส์ ของโรงเรียนดอนบอสโก เพราะ ดอนบอสโกได้เปิดสาขาการโรงแรมที่นี่ด้วย และเหมือนเช่นเคย ทางดอนบอสโกก็อาสาเป็นเจ้าภาพสำหรับงานเลี้ยง มื้อสุดท้ายให้กับพวกเราทุกคนก่อนแยกย้ายกันกลับด้วยทุกปี

          เนื้อหาการเข้าเงียบ จะผลัดเปลี่ยนไปตามผู้เทศน์ ปีนี้มีศาสตร์โยคะที่ถูกปรับมาให้เข้าใจได้ใน แบบพระวรสาร การรำพึงบทข้าแต่พระบิดา ฯลฯ ซึ่งหลายคนต้องพยายามทำความเข้าใจอย่างมาก เพราะเป็นเรื่องใหม่

          สำหรับผมเอง เป็นอีกโอกาสที่จะได้พบกับพระในบรรยากาศที่ออกจากกิจกรรมต่างๆในวัด ไปอีกระยะหนึ่ง ซึ่งสิ่งที่เราภาวนาเสมอคือ อย่าให้มีใครตาย หรือต้องเจิมใครในช่วงนี้ เพราะบางวัดถ้า หากมีการตายช่วงนี้ ก็จะต้องสวดกันเองโดยไม่มีพระสงฆ์ และก็มีกรณีหนึ่งจากจังหวัดกำปงจาม

          นอกจากนี้ ยังมีโอกาสได้พบเพื่อนพระสงฆ์แบบระดับประเทศ เรามีเวลาสำหรับแบ่งปันชีวิต การ งานหน้าที่ต่างๆ พันธกิจและการรับใช้ บางครั้งเราก็แบ่งปันปัญหาและการแก้ไข สำหรับพวกเราเอง สมาชิกของคณะธรรมทูตไทย ก็เข้าร่วมอย่างสม่ำเสมอ พวกเราหาโอกาสพิเศษช่วงพัก ได้มีประชุมกลุ่ม กันโดยใช้เวลาไตร่ตรองพระธรรมนูญ แบ่งปันชีวิตและประสบการณ์ซึ่งกันและกัน รวมทั้งกิจกรรมต่างๆ ที่ต้องทำต่อไปในช่วงเวลานั้นข้างหน้า

          และในระหว่างช่วงนี้ ทางมิสซัง ได้จัดให้มีการภาวนาแบบตื่นเฝ้าเพื่อกระแสเรียกด้วย มีการจัด เวรเฝ้าศีลมหาสนิททั้งคืนจนถึงรุ่งเช้า โดยทางวัดก็มีสัตบุรุษและเยาวชนจำนวนด้วย นี่เป็น เครื่องหมายของการสนับสนุนในอีกมิติหนึ่งของงานประกาศพระวรสารที่นี่ นั่นคือ การวอนขอพระ ให้ส่ง คนงานมาเก็บเกี่ยวในทุ่งนาของพระองค์ในประเทศกัมพูชาแห่งนี้ด้วยเทอญ

 แน่นอนว่า การเข้าเงียบฟื้นฟูจิตใจ เป็นกิจกรรมที่ช่วยไม่เพียงแต่การได้พักผ่อนฝ่ายกายเท่า นั้น แต่เป็นการเสริมสร้างพลังฝ่ายจิต ให้มีกำลังพร้อมออกเผชิญกับงานพันธกิจที่ท้าทายของแต่ละคน ผมเองก็วอนขอพระเป็นเจ้าเป็นพิเศษ สำหรับพันธกิจใหม่อีกอย่างหนึ่งซึ่งจะรับเพิ่มมาอีกในปีนี้คือ การเป็นเจ้าอาวาสวัดนักบุญยอแซฟ พนมเปญ วัดประวัติศาสตร์และศูนย์กลางงานประกาศพระวรสาร ในประเทศกัมพูชา โอกาสหน้าผมจะเล่าถึงวัดและกลุ่มคริสตชนที่นี้

       โอกาสฉลอง 25 ปีของคณะธรรมทูตไทย ซึ่งได้เปิดอย่างเป็นทางการแล้ว เมื่อวันอาทิตย์ที่ 23 พฤษภาคม 2015 ที่บ้านเณรยอแซฟสามพราน ในโอกาสนั้น คณะเราได้รับพระพรจากพระเจ้า คือมี คพ.กรณ์ พระสงฆ์บวชใหม่ที่จะเข้ามาทำงานธรรมทูตด้วยในอนาคต ขอคำภาวนาและการสนับสนุน ต่างๆจากพี่น้อง สำหรับคณะธรรมทูต ซึ่งเป็นสมบัติของพระศาสนจักรไทย

Post a comment