No comments yet

ภูมิปาง ตางโกก

ซิสเตอร์ มารีอา สุดาทิพย์ เจริญพานิช

ซิสเตอร์คณะผู้รับใช้ฯ ร่วมงานคณะธรรมทูตไทย ในประเทศกัมพูชา

สภาพภูมิศาสตร์

     จ.กอมปง เป็นหนึ่งใน 20 จังหวัด ที่อยู่ในเขตใจกลางประเทศกัมพูชา มีแม่น้ำสายหนึ่งไหลผ่านตัวจังหวัด ไปสู่ทะเลสาบเขมร ซึ่งถ้านั่งเรือก็ประมาณ 1 วัน ถ้าเดินทางรถไป จ.เสียม ถ้าไปพนมเปญ ซึ่งเป็นเมืองหลวง จะใช้เวลา 3-4 ชั่วโมง ซึ่งถ้าเป็นเมื่อ 10 ปีก่อน ต้องใช้เวลา 2 เท่าของปัจจุบันเรียบ จะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง
สภาพพื้นที่ในเขต จ.กอมปงธม ส่วนใหญ่ชาวบ้านมีอาชีพทำนา ทำไร่ เลี้ยงสัตว์ ปลูกพืชและสวนผักบ้าง หมู่บ้านที่อยู่ใกล้แม่น้ำก็จะจับปลาเพื่อเลี้ยงชีพ แต่ปัจจุบันมีประชาชนจับปลามากเกินไป และปลาก็ลดจำนวนลง ซึ่งเป็นผลจากการขาดการจัดการที่เคร่งครัด จับปลาในฤดูวางไข่เป็นต้น

สภาพประชาชน

  ความเชื่อในหมู่บ้านส่วนใหญ่ ชาวบ้านนับถือศาสนาพุทธ ผสมกับความเชื่อพราหมณ์ และความเชื่อทางไสยศาสตร์ ผสมปนเปกันไป ส่วนการถือปฏิบัติตามประเพณี ก็เป็นลักษณะถือสืบทอดกันมายังรุ่นลูกรุ่นหลาน ทั้งด้วยคำพูดและการกระทำ การอบรมความเชื่อเป็นไปลักษณะครอบครัว ไม่ได้ไปตามสถาบันโรงเรียน หรือวัด คนเฒ่าคนแก่ เท่านั้น ที่ไปวัดถือศีล ส่วนเด็กๆ วัยรุ่น และวัยทำงาน จะไปก็ต่อเมื่อมีงานบุญ ประจำปีตามประเพณีเท่านั้น


   วิถีชีวิตที่ผสมผสานทั้งความเชื่อและไสยศาสตร์ พร้อมกับความยากจน บางครั้งก็คร่าชีวิตของพวกเขาเองอย่างไม่รู้ตัว อย่างเช่นเวลาเจ็บป่วย ชาวบ้านมักคิดว่า ค่ารักษาพยาบาลแพง และมักจะหันไปรักษาหมอชาวบ้าน ที่ออกไปทางไสยศาสตร์ ผลก็คือ บางครั้งถูกหลอก และเสียค่ารักษามากกว่าเข้าโรงพยาบาลเสียอีก จนถึงกับขายวัวควาย และที่ดิน

   ปัญหาที่ชาวบ้านกำลังประสบอีกอย่างหนึ่งคือ การไม่รู้หนังสือ ซึ่งเป็นผลมากจากความยากจน ปัจจุบัน คนวัยทำงานคือ ผลผลิตจากช่วงสงคราม ที่ไม่ได้เรียนหนังสือเมื่อตอนเป็นเด็กและวัยรุ่น เพราะความไม่รู้ก็เลยไม่มีอาชีพอย่างอื่น นอกจากทำไร่ทำนา ผลจากความยากจน ทำให้เกิดปัญหาทั้งกายและใจ ที่สุดที่หลายคนพึ่งคือ สุรา ซึ่งส่งผลไปถึงการทะเลาะวิวาทในครอบครัว บางครอบครัวก็หย่าร้าง ส่งผลกระทบถึงลูกต่อไปอีก

งานที่ได้ทำ

    ในแดนธรรมทูต โดยร่วมกับทีมงานของพระสงฆ์ปีเม คณะเยสุอิต และสงฆ์พื้นเมืองชาวเขมร พวกเราร่วมกันทำงานเป็นทีม ซึ่งมีทั้งหมด 7 หมู่บ้าน คนหนึ่งดูแลและติดตามด้วยการไปเยี่ยมชาวบ้าน คนละหนึ่งหรือสองแห่งตามความสามารถ และตามพื้นที่ที่ได้รับมอบหมาย การเยี่ยมก็จะพยายามเยี่ยมคริสตังที่รู้จักก่อน แล้วค่อยๆ แสดงความรู้จักกับคนใหม่ๆ ในหมู่บ้านทีละเล็กละน้อย เพื่อสร้างความสัมพันธ์ และรับทราบปัญหาต่างๆ ที่พวกเขาได้รับ เป็นการเยี่ยมเพื่อให้กำลังใจ หากต้องการความช่วยเหลือ เราจะช่วยตามเป้าหมายที่ได้ตั้งไว้ในแต่ละปี ส่วนใหญ่ทีมงานจะมีการปรึกษาหารือร่วมกัน

     สิ่งที่ทีมงานช่วยชาวบ้านคือ ช่วยผู้ป่วยที่ยากจนและไร้ที่พึ่ง ช่วยเหลือเด็กกำพร้า ให้ได้รับการศึกษา มีการอบรมเยาวชนระดับวัด การสอนคำสอนผู้ใหญ่ตามหมู่บ้าน การสอนคำสอนลูกหลานคริสตังตามหมู่บ้าน การจัดให้มีการศึกษาเพิ่มเติมในหมู่บ้าน ในช่วงปิดเทอม มีบ้านศูนย์กลางเพื่อรับนักเรียนที่อยู่ห่างไกล และยากจน ให้ได้รับการศึกษาต่อระดับที่สูงขึ้น และมีเป้าหมายเพื่อให้การศึกษาอบรมด้านจิตใจกับพวกเขาด้วย

    งานที่พิเศษเฉพาะที่ซิสเตอร์ได้รับผิดชอบโดยตรงคือ ศูนย์ตัดเย็บของวัด ซึ่งเป็นศูนย์อาชีพแห่งหนึ่ง เพื่อช่วยเหลือคนยากไร้ แม่หม้ายให้มีงานทำ ซึ่งเป็นผู้หญิงที่ไร้ที่พึ่ง กำพร้า เริ่มแรกเรียนตัดเย็บก่อน แล้วค่อยๆ ให้เย็บงานหัตถกรรม จนเป็นอาชีพของเขาเอง นอกจากนี้ยังมีสอนเรียนให้อ่านออกเขียนได้ รวมทั้งให้การอบรมทั้งด้านร่างกายและจิตใจ ในรูปแบบง่ายๆ ด้วยแบบอย่างและการให้กำลังใจ

ปัญหาอุปสรรคที่พบ


ชีวิตธรรมทูตทำให้ซิสเตอร์คิดถึงพระวาจาที่ว่า “เราส่งท่านไปเหมือนแกะ ท่ามกลางฝูงสุนัขป่า…” ความสุข ความทุกข์ เกิดขึ้นเสมอในชีวิตการเป็นธรรมทูต ในความยากลำบากที่ได้รับ พระเป็นเจ้าทรงประทานพละกำลังให้เสมอ สำหรับทุกคนที่พยายามประกาศเรื่องราวของพระองค์

 

ความคาดหวัง


   คิดว่างานของพระเป็นเจ้าเป็นงานที่มีชีวิตชีวา มีการเคลื่อนไหวเสมอ เพราะพระหรรษทานของพระจิต ซึ่งเป็นพระผู้นำของผู้ประกาศข่าวดี และยังหวังต่อไปอีกว่า พระองค์จะทรงจัดเตรียมผู้ประกาศเพิ่มขึ้นอย่างไม่ขาดสาย

Post a comment