No comments yet

บทความของมิสชั่น ฉบับที่ 5

การเดินทางจาริกแสวงบุญช่วงสุดท้าย

          สวัสดีครับผู้อ่านที่รักทุกท่าน ย้อนกลับไปเดือนมิถุนายน เดือนนี้เมื่อสามปีที่แล้ว(2010) ผมกำลัง เตรียมข้าวของ เอกสารเดินทางและร่ำลาผู้คนที่เคยรู้จัก ทั้งในกัมพูชาและไทย เพื่อมาศึกษาที่กรุงโรม ตามพันธกิจที่ผู้ใหญ่มอบหมายให้ โดยได้รับทุนการศึกษาจากกระทรวงเพื่อการประกาศพระวรสาร สู่ปวงชน ในนามของนักศึกษาจากประเทศกัมพูชา… แต่เดือนนี้ผมกำลังเก็บกระเป๋าอีกครั้งหนึ่ง เพื่อย้าย ออกจากหอพักนักบุญเปาโล(San Paolo Collegio) มันครบสามปีพอดีในเดือนนี้ นับมาอยู่ที่นี่..กรุงโรม… นับว่าเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากมาก ซึ่งมากน้อยก็แล้วแต่บุคคล กับการต้องเปลี่ยนแปลงและปรับตัว ทุกอย่าง สิ่งหนึ่งที่ผมเรียนรู้แต่แรกว่า บรรดาธรรมทูตจากยุโรปไปทำงานที่เอเชียบ้านเรา พวกเขาก็ มีความลำบากไม่น้อยเหมือนกัน กว่าจะฝันฝ่าด่านแรกไปได้คือ การปรับตัวให้เข้ากับวัฒนธรรมใหม่ๆ ซึ่งบางคนก็ทำได้สำเร็จ และก็เพาะหว่างความเชื่อเหล่านั้นในแผ่นดินเอเชีย

ของถวายในวันมิสซาส่งนักศึกษาที่จะจบจากโรม

          ตอนนี้ผมและนักศึกษาไทยจำนวนหนึ่ง ที่อยู่ในโรม กำลังเตรียมตัวกลับไปสู่พื้นที่งานแพร่ธรรม กลับสู่พระศาสนจักรท้องถิ่นอีกครั้ง ปีนี้ก็จะ มีถึงแปดท่าน คือ คพ.อดิศักดิ์(ดุ๋ย-กทม.), คพ.พิริยะ(ต๋อย-ท่าแร่ฯ), คพ.วุฒิไกร(ปริ้น-กทม.), คพ.เอกภพ(แบงค์-จันทบุรี), คพ.วีรศักดิ์(วี-เชียงใหม่), คพ.กิสดา (จิมมี่-คามิลเลียน), คพ.วรวุฒิ(กบ-กาปูชิน) และ ผม และฆราวาสอีกหนึ่งท่านคือ คุณพักตร์นภางค์ (ทราย-มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ)

          ทุกปีตามธรรมเนียมปฏิบัติของนักศึกษาที่โรม ก็จะมีการเลี้ยงส่ง งานอำลา ซึ่งแต่ละหอ แต่ละแห่ง ก็แตกต่างกันไป สำหรับหอพักนักบุญเปาโลก็จัดเป็นประจำทุกปี เฉลี่ยนักศึกษาที่จะต้อง ออกจากที่นี่จะมีประมาณ 60 กว่าคน กิจกรรมแรกคือ การเดินทางไปถวายมิสซาขอบคุณพระเป็นเจ้า ร่วมกัน ที่หน้าหลุมฝังศพนักบุญเปโตร (4 พ.ค. 2013)  คุณพ่ออธิการดาเนียล(OMI)เป็นประธาน พร้อมกับคุณพ่อวิญญาณ คพ.โจวันนี ได้ติดต่อทางวาติกันล่วงหน้าแล้ว สถานที่ถวายมิสซา เป็นพื้นที่เล็กๆ แบ่งเป็นห้องๆ เล็กใหญ่ตามขนาดกลุ่มที่มาขอถวายมิสซาที่นั่น และนั่นเป็นโอกาสที่พวก เราจะได้ขอบคุณพระเป็นเจ้าสำหรับตลอดทุกปีการศึกษาที่ผ่านมา

คณะผู้ใหญ่และผู้ให้การดูแล ขับเพลงให้พวกเราฟังในงานเลี้ยงส่ง

 

หลัง จากนั้น ก็เข้าเฝ้าพระสันตะปาปาแบบสาธารณะ ในเช้าวันพุธ(15 พ.ค. 2013) ซึ่งปกติ การเข้าเฝ้าแบบนี้ เปิดสำหรับทุกคน แต่กลุ่มเข้าเฝ้าทางการ จะมีการประกาศชื่อให้ พระสันตะปาปาได้ทรงทราบ และในเย็นวันเดียว กันนั้นเอง เลขาธิการกระทรวงประกาศพระวรสารฯ มงซินญอร์ ซาวีโอ ฮอง ไต้ ไฝ้ (Hong Tai Fai)มา เป็นประธานในมิสซา สำหรับนักศึกษา ที่จะจบที่หอนักบุญเปาโล โดยมีของถวายเป็นเครื่องหมายคือ วิทยานิพนธ์(ความรู้), รองเท้า(การออกไป ประกาศพระวรสาร)

สุด ท้าย คือ การพบปะแบ่งปันประสบการณ์ระหว่าง นักศึกษาที่จะจบกับอธิการและผู้ให้การ ดูแล ซึ่งเป็นการช่วยไตร่ตรองชีวิตและพันธกิจที่พระเจ้าได้เรียกพวกเรามาอยู่ที่ นี่ ท่ามกลาง สังคมใหม่ ภาษาใหม่ ความรู้และประสบการณ์ใหม่ๆ

คุณพ่ออธิการหอนักบุญเปาโลเป็นประธานในมิสซาหน้าหลุมศพนักบุญเปโตร

 

 ใน ส่วนกลุ่มคนไทย โดยเฉพาะนักศึกษาในโรม ก็จะมีงานเลี้ยงอำลากัน ในวันอาทิตย์ที่ 23 มิถุนายน 2013 ซึ่งส่วนใหญ่ ก็จะสอบปลายภาคกันเสร็จแล้ว และนักศึกษาหน้าเก่าๆ ก็จะเปลี่ยนไป นักศึกษาหน้าใหม่ๆ ก็จะเข้ามาแทน มากน้อยก็แล้วแต่ปีการศึกษา ซึ่งตอนนี้บางคนก็เริ่มเดินทางเข้าสู่ โรมบ้างแล้ว…

ประสบการณ์ ตลอดสองสามหรือสี่ปี สำหรับบางคน ที่มาอยู่ที่นี่ นับว่าเป็นเรื่องของกระแสเรียก ก็ว่าได้ เพราะไม่ใช่ทุกคนจะถูกเลือกให้มา บางคนมาก็มีทั้งเต็มใจมาและไม่อยากมา บางคนอยากมา แต่ก็ไม่ได้มาก็มี อย่างไรก็ตาม พระเป็นเจ้าทรงมีแผนการณ์สำหรับทุกคนเสมอ และบางทีเราก็ยังไม่รู้ว่า ในอีกวินาทีข้างหน้า เราจะเป็นอย่างไร? แต่สำหรับคนที่มาเรียน ซึ่งมีทั้งจบและไม่จบ แต่เมื่อได้กลับไป อย่างน้อย พวกเขาก็ได้พบ ได้เห็น ได้เก็บเกี่ยวประสบกาณ์ ซึ่งไม่ใช่แค่ความรู้ แต่เป็นความเชื่อ ที่เติบโตขึ้นและนำสิ่งเหล่านั้นไปแบ่งปันให้กับทุกคนที่เขาจะไปพบ

นักศึกษาที่จะจบจากหอพักนักบุญเปาโลที่โรมในปีนี้

ดัง นั้นอาจกล่าวได้ว่า ใครที่มาเรียนที่โรม ก็เหมือนกับการแสวงบุญระยะยาว แต่ละคนจะเก็บ เกี่ยวได้มากน้อยแค่ไหน ก็ขึ้นกับศักยภาพและความตั้งใจของแต่ละคน แต่จุดหมายไม่แตกต่างกันคือ ไม่ใช่เพื่อตัวเอง แต่เพื่อพระศาสนจักรที่ส่งเรามา

ทุก วันนี้ ปรากฎการณ์ใหม่ ที่โรมก็คือ พระสันตะปาปาฟีเวอร์ เวลาที่พวกเราขึ้นรถไปเรียน วันพุธ ซึ่งเป็นวันที่มีเข้าเฝ้าพระสันตะปาปาสาธารณะ ก็จะเห็นว่ารถเมล์แน่นมาก และถนนใกล้ๆวาติกัน มีผู้คนเดินกันเป็นกลุ่ม พร้อมป้ายหรือธง เพื่อแสดงความเป็นกลุ่มของตนเอง ทุกคนมุ่งไปที่จตุรัสนักบุญ เปโตร เวลาผมเลิกเรียน รถบัสจอดกันเป็นคิวยาว เพื่อมารับบรรดาผู้แสวงบุญของตนเอง บางคน เป็นผู้สูงอายุ ก็ยอมลำบากเดินทางมาเข้าเฝ้า แม้จะไม่สะดวกด้วยประการทั้งปวง

บรรยากาศในระหว่างมิสซาส่งนักศึกษาที่จะจบ

 

นั่น ก็เพราะว่า พวกเขาเชื่อว่า การได้มารับพรจากพระสันตะปาปา ทำให้พวกเขาได้มีโอกาสช่วย วิญญาณของตนเองและผู้อื่นผ่านทางคำภาวนา เมื่อตัวแทนของพระเยซูในโลกนี้ ได้วอนขอพระเจ้า เพื่อใคร พระเยซูเจ้าทรงรับฟังอย่างแน่นอน  และนั่น…ทำให้ยอดของผู้แสวงบุญในโรม เพิ่มขึ้นอย่างเห็น ได้ชัด เพราะพวกเขาความเชื่อและเห็นสิ่งที่พระสันตะปาปาได้ตรัส และได้ทรงกระทำ นอกจากนั้น การได้มาภาวนาที่พระวิหารหลักของพระศาสนจักรที่โรม แม้จะไม่บังคับว่าต้องมา แต่สำหรับผู้ที่ได้มา และภาวนาตามเงื่อนไข พระพรของพระเจ้าก็จะลงมาสู่ พวกเขาอย่างแน่นอน…และนั่นสำหรับผู้ ที่มีความเชื่อเท่านั้น…

ร่วมถวายมิสซาที่หน้าหลุมศพน.เปโตร

ผู้ อ่านที่รักครับ เราอยู่บนทางแห่งการแสวงบุญอยู่เสมอ เพราะแต่ละวัน พระเจ้าเปิดโอกาสให้ เรารับพระพรของพระองค์ด้วยวิธีการต่างๆ เราต้องวอนขอพระเป็นเจ้า เพื่อเพิ่มความเชื่อของเรา เพื่อเราจะได้เห็นว่า ทุกกิจกรรมในชีวิตเราแต่ละวัน เป็นพระพรจากพระเจ้าเสมอ และนั่นเป็น กระแสเรียกครับ เราต้องแสวงหาเสมอ เรามักใช้คำว่า “แสวงบุญ” แต่ที่จริง สำหรับคริสตชน เรากำลังแสวงหาพระเจ้า ซึ่งเป็นมหาบุญสำหรับเรา ซึ่งไม่ใช่แค่สำหรับตัวเอง แต่เพื่อผู้อื่นด้วย ทั้งคนที่รู้จักและไม่รู้จักพระเจ้า…จงแสวงหาพระอาณาจักรของพระเจ้า และความชอบธรรมของพระองค์ก่อน แล้วพระองค์จะทรงเพิ่มทุกสิ่งเหล่านี้ให้(มธ.6:33)

หน้าหลุมศพนักบุญเปโตร

Post a comment