No comments yet

บทความของมิสชั่น ฉบับที่15

การเว้นวรรคงานธรรมทูต

          สวัสดีครับผู้อ่านที่รัก ในช่วงสองสามเดือนที่ผ่านมา ในกัมพูชามีการเปลี่ยนแปลงจำนวน ธรรมทูตอยู่พอสมควร ซึ่งนับเป็นช่วงเวลาที่สำคัญของธรรมทูตมาก ในธรรมทูตของคณะธรรมทูตไทย ได้พูดถึงการหยุดพักจากการงานในระยะเวลาหนึ่ง เพื่อการการศึกษาต่อ ไว้ว่า ข้อ D 47 เลข 1 ไว้ว่า “การอบรม อย่างต่อเนื่องรวมไปถึงมุมมองต่างๆของการฝึกอบรมธรรมทูตเข้าด้วยเช่นการอบรม ในด้านฝ่ายจิตเทววิทยาด้านงานอภิบาลและด้านมนุษยศาสตร์

        การปรับปรุงงานอภิบาลให้ทันสมัยของธรรมทูตจะต้องทได้ ในบริบทของพระศาสนจักรท้องถิ่นที่พวกเขาและหมู่คณะทางานอยู่อย่างไรก็ตามการ ฟื้นฟูในด้านฝ่ายจิตนั้นต้องคู่ควรกับการเรียกร้องพื้นฐานของคณะฯเป้าหมาย ทั้งสองจะต้องเสริมความสมบูรณ์ซึ่งกันและกัน” ซึ่งในแต่ละคณะชีวิตนักบวช หรือคณะชีวิตผู้แพร่ธรรม ก็มักจะมีข้อกำหนดนี้อยู่ด้วย

          การเปลี่ยนแปลงนี้ เคยเกิดกับผมโดยส่วนตัว เมื่อต้องออกจากพื้นที่งานด้วยความอาลัย ด้วย ความห่วงใย ด้วยความกังวล เพราะอะไรหลายๆ อย่างก็ยังไม่เสร็จเรียบร้อยดี แต่เมื่อผู้ใหญ่ของคณะ เห็นว่า ผมควรออก ก็ทำให้ผมเตรียมรับสิ่งใหม่ๆจากพระเจ้า ในช่วงการศึกษาต่อในต่างประเทศ

ในกลุ่มของแขวงกัมพูชา เราเพิ่งทำการเลี้ยงส่ง ให้กับพ่อไตรรงค์ มุลตรี สงฆ์ ธรรมทูตสังกัด สังฆมณฑลราชบุรี เป็นพระสงฆ์หนุ่มที่กระตือรื้อร้นในงานธรรมทูต เป็นคนที่มีความริเริ่มสร้างสรรค์ พ่อไตรรงค์ ได้รับมอบหมายงานล่าสุดจากทางมิสซังคือ การประจำอยู่ที่ จ.ตาแก้ว งานด้านอภิบาล คำสอนโดยเฉพาะการเตรียมผู้รับศีลล้างบาปใหม่ สามารถทำไปได้ด้วยดี และงานที่ เห็นเป็นรูปธรรมชิ้นหนึ่งก็คือ การสร้างศูนย์สำหรับเข้าเงียบฟื้นฟูจิตใจ ที่หมู่บ้านไปรกบะ ซึ่งมีทั้งวัด และโรงเรียนอนุบาล อยู่ในบริเวณเดียวกันนั้นด้วย

          หลังจากผ่านงานอย่างหนักในช่วงนี้ ก็ได้มีการตัดสินใจกันระหว่างคุณพ่อและผู้ใหญ่ของคณะ ให้ได้มีโอกาสไปศึกษาต่อเพิ่มเติม ซึ่งทางมิสซังและทางวัด แม้ว่าจะเสียดายคุณพ่อ แต่ทุกคนก็ทราบดี ว่า นี่เป็นโอกาสดีสำหรับคุณพ่อ ที่จะได้เพิ่มพูน ฟื้นฟู ทั้งชีวิตภายในและชีวิตภายนอก และที่สุดหลังจาก สรุปงานทุกอย่างเป็นที่เรียบร้อย คุณพ่อได้กลับไปเมืองไทย เมื่อวันจันทร์ที่ 3 มีนาคม 2014 ที่ผ่านมา โดยมีพวกเราสมาชิกบางคนไปส่งที่ชายแดนปอยเปตด้วย

          ในแต่ละมิสซังก็มีหลายท่าน อย่างคุณพ่อจ๊าบ โภคทวี พระ สงฆ์ไทยคณะเยสุอิตหนึ่งเดียวใน กัมพูชา ได้ออกจากกำปงทม ไปเรียนต่อเพื่อเตรียมตัวถวายตัวตลอดชีพในคณะเยสุอิตของมิสซัง บัดตำบอง ซึ่งไปตั้งแต่ต้นไปแล้ว… คุณพ่อมารีโอ กิซซี่ พระสงฆ์คณะปีเม อุปสังฆราชที่มิสซังพนมเปญ หลังจากประกาศโยกย้ายใหม่ เมื่อต้นปี 2014 พ่อ มารีโอ ได้รับมอบหมายพื้นที่ธรรมทูตใหม่ที่กรุง ตาเขมา พ่อต้องออกจากวัดที่สวยงามและกิจกรรมมากมายที่เขตทางใต้ของพนมเปญ เพื่อไปเริ่มงานใน ที่ใหม่ซึ่งยังไม่มีแม้แต่ที่สร้างวัด คริสตังค์อาจมีบ้าง และกำลังเริ่มรวบรวมชาวกัมพูชาบางคน แต่ก่อนจะเริ่มงานใหม่นี้ ตอนนี้พ่อมารีโอ เว้นวรรคงานธรรมทูต โดยกลับไปที่อิตาลี และรับการศึกษาเพิ่มเติม หลักสูตรสั้นๆ ที่แผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ เพื่อกลับมาเริ่มงานธรรมทูตใหม่

          ดังนั้น การทำงานในพื้นที่งานธรรมทูตในระยะเวลานานๆ การได้ออกไปรับการศึกษาเพิ่มเติม ก็เป็นวิธีการเพิ่มสมรรถภาพของงานประกาศพระวรสารได้อีกอย่างหนึ่ง แม้ดูเหมือนว่างานจะสะดุดไป บ้าง แต่เพื่ออนาคตที่ดีกว่า ของงานที่ทางพื้นที่เรียกร้อง และที่สำคัญเพื่อตัวธรรมทูตเอง จะได้มีการ พัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง

          การออกจากพื้นที่งานธรรมทูตในระยะเวลาหนึ่ง เพื่อไปศึกษาต่อ เป็นประสบการณ์อย่างหนึ่ง ของพระศาสนจักรที่เห็นว่า ทำงานอย่างเดียวก็ได้ก็ดี แต่ถ้ามีอะไรที่เห็นว่าจะดีกว่า และเป็นความ ต้องการของพระศาสนจักร ผ่านทางผู้ใหญ่กับคณะที่ปรึกษา ธรรมทูตท่านนั้นก็ต้องยอมเสียสละน้ำใจ โดยเต็มใจ แม้จะต้องตัดใจกับความคุ้นเคยใน หลายๆ อย่างก็ตาม หลายท่านแสดงความเสียสละอย่างน่าชื่นชม อย่างเช่นในกรณีของพ่อมารีโอ ที่ออกจากวัดที่นับว่าน่าอยู่ในสุดแห่งหนึ่งในเมืองพนมเปญเพื่อไปเริ่ม พื้นที่งานใหม่

          ขอคำภาวนาจากพี่น้อง สำหรับธรรมทูตหลายท่านที่หมดเรี่ยวหมดแรง กับปัญหาสารพัด ที่พบในชีวิตและจากการทำงาน จากผู้คนและการเบียดเบียนต่างๆ หรือบางครั้งก็มาจากเรื่องภายใน จิตใจของแต่ละคนเอง เพื่อให้พวกท่านเหล่านั้น ได้รับการฟื้นฟูทั้งกายและใจใหม่ และให้ชีวิตของท่าน เหล่านั้น เป็นเหมือนพยานของพระคริสต์ที่เดินทางสู่กรุงเยรูซาเล็ม เพื่อรับกางเขน และการทรมาน ที่สุด จะได้กลับคืนชีพพร้อมกับพระเยซูเจ้า เพื่อจะได้เป็นความหวังสำหรับทุกคน

Post a comment