No comments yet

บทความของมิสชั่น ฉบับที่14

ใส่เกียร์เดินหน้า

          ช่วงเดือนที่ผ่านมา มีประชุมเข้าเงียบประจำปี คณะธรรมทูตไทย พวกเราจากหลายเขตงาน ธรรมทูต ก็ได้มารวมตัวกันอีกครั้งหนึ่ง สามวันแรกกับการประเมินผล การไตร่ตรองชีวิตธรรมทูต วันอาทิตย์ที่ 20 มกราคม 2014 เป็น วันครอบครัวธรรมทูต มีพี่น้องสัตบุรุษและเณรของคณะฯ ได้มาร่วม แบ่งปันกิจกรรมต่างๆ ที่ได้ทำ มีพระคุณเจ้าเกรียงศักดิ์ โกวิทวาณิช เป็นประธานในพิธีขอบพระคุณ หลังจากนั้นเราใช้เวลาเข้าเงียบอีกสามวัน โดยพระคุณเจ้าวีระ อาภรณ์รัตน์  มีเรื่องน่าสนใจมากมาย โดยเฉพาะ สมณลิขิตของพระสันตะปาปา “ความชื่นชมยินดีแห่งพระวรสาร” (EvangiliiGuadium) ที่ ช่วย ให้เราเปิดตัวเองออกต่อบุคคลรอบข้าง สังคม เป็นพระศาสนจักรที่เปื้อนฝุ่นและเจ็บตัว เพราะทำงาน ดีกว่าคิดแต่เรื่องภายในตัวเอง พระคุณเจ้าเอาสื่อสำหรับงานธรรมทูตหลายอย่างมาแบ่งปัน  หลังจากนั้น พวกเรา ก็แยกย้ายออกไปพื้นที่งานของแต่ละคนอีกครั้ง

 

         ผมได้มีโอกาสไปเทศน์มิสชั่น ที่วัดพระนามเยซูที่ชลบุรีหนุนใจพี่น้องสัตบุรุษ ให้พยายาม ก้าวออกไปหาคนต่างศาสนารอบข้าง คุณพ่อจิรพันธ์ เจ้าอาวาสให้ความร่วมมือดีมาก ช่วยแนะนำ และให้พี่น้องสัตบุรุษมีน้ำใจ ได้ช่วย สนับสนุนงานธรรมทูตด้วย    

        เมื่อกลับมากัมพูชาอีกครั้งก็เข้าเทศกาลตรุษจีนพอดี ซึ่งเป็นเทศกาลสำคัญสำหรับชาวจีนและ เวียดนามที่นี่มาก  ฃเพราะคาทอลิกส่วนใหญ่ที่นี่เป็นชาวเวียดนามมากกว่าชาวเขมร ดังนั้น ดูเหมือนว่า จะมีคริสตชนชาวเวียดนามมากเป็นพิเศษ สำหรับพระศาสนจักรที่นี่ แม้สภาพความแตกต่าง ด้านวัฒนธรรมระหว่างสองชาติ แต่เราก็พยายามให้ความสำคัญกับคนที่สองกลุ่ม  ซึ่งเป็นเรื่องท้าทาย สำหรับธรรมทูตทุกคนที่ทำงานที่นี่ เพราะเรื่องนี้มีภูมิหลัง ซึ่งเรียกร้องให้เราเรียนรู้ประวัติศาสตร์ให้ดีแต่ตรุษจีนสำหรับวัดเล็กๆ แห่งหนึ่ง ที่ชื่อวัดน.ยอแซฟ แสนสุข วัดนี้ เราเรียนรู้ที่จะช่วยเหลือกันและกัน วันตรุษจีน ชาวบ้านได้นำเงินทานในกล่องช่วงเทศกาลเตรียมรับเสด็จ มาซื้อของกินของใช้ ให้กับ ผู้สูงอายุในหมู่บ้าน ซึ่งเป็นทั้งเขมรและเวียดนาม ทั้งคริสตังและคนไม่รู้จักพระเจ้า เป็นการให้พวกเขาได้ รู้จักออกจากตัวเองและมองเพื่อนบ้านรอบข้าง แม้ตนเองจะยากจนก็ตาม


          กลางเดือนกุมภาพันธ์ (12-16) 2014 ที่ ผ่านมา เป็นช่วงเวลาที่พระคุณเจ้าโอลีวีเยร์ มาเยี่ยมวัด ในเขตที่ผมทำงานอยู่อย่างเป็นทางการ ผมประจำอยู่ที่วัดน.ยอแซฟ พซาโตจ ซึ่งเมื่อสามปีที่แล้ว มีวัดเล็ก วัดน้อยและกลุ่มคริสตชนที่ต้องดูแลทั้งหมด 9 วัด แต่หลังจากปรับเขตวัดใหม่เมื่อต้นปี 2014 นี้ที่ผ่านมา ทำให้วัดใหญ่นี้ เหลือเขตวัดรองอยู่ 2 เขต เท่านั้น ซึ่งผมดูแลอยู่ทางเหนือทั้งหมดของ พนมเปญ ประกอบด้วย สองวัดและอีกสองกลุ่มคริสตชน(ยังไม่มีวัด) ส่วนอีกเขตอยู่อีกฝั่งของแม่น้ำโขง มีสามวัด ซึ่งพระคุณเจ้าใช้เวลาพักอยู่ที่วัดพซาโตจนี้ ประมาณ 5 วัน เพื่อไปเยี่ยมทุกวัดดังกล่าว ร่วมทั้งร่วมกิจกรรม ประชุม กับคณะกรรมการและกลุ่มต่างๆ ของวัด

         

การเยี่ยมวัดของพระสังฆราช เป็นหน้าที่ที่กฎหมายพระศาสนจักรกำหนดในมาตรา 396 วรรค 1 ซึ่งต้องทำให้ครอบภายใน 5 ปี แต่เนื่องจากมิสซังพนมเปญ เล็กมาก จึงอาจทำให้เสร็จได้ภายในเวลา 3 ปี ซึ่งการเยี่ยมนี้รวมไปถึงบุคคล สถาบันคาทอลิก สิ่งของและสถานที่ และบ้านนักพรตต่างๆที่อยู่ในเขตด้วย(มาตรา 397 วรรค 1,2) พระคุณเจ้าได้ให้ความเห็น ข้อเสนอแนะ และกำลังใจในการทำงาน รวมทั้ง ช่วยคิดและแก้ไขปัญหาต่างๆ ในเขตวัด เป็นเหมือนกับพ่อที่ออกไปเยี่ยมลูกๆ ที่แยกครอบครัว ไปอยู่ที่ ไกลๆ กัน การมาหาของพระคุณเจ้า ก็เหมือนกับบิดาที่มาเยี่ยมลูกๆ นั่นเอง และทุกครั้ง ทุกกิจกรรม เราจะจบด้วยการภาวนา หรือไม่ก็มีมิสซาด้วยกันเสมอ

จาก นี้ ก็เป็นช่วงที่แต่ละวัดก็จะเริ่มทำสถิติอีกครั้งหนึ่ง การทำบัญชีศีลศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ เป็น เรื่องสำคัญ เพราะทุกอย่างจะถูกรวบรวมในแต่ละปี เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของรายงาน ที่จะถูกส่งไปยัง สันตะสำนัก ตัวเลขต่างๆ จะเป็นประโยชน์ในการวางแผนงานอภิบาลและงานธรรมทูต 

พี่ น้องที่รัก เราเป็นส่วนหนึ่งของสมาชิกในเขตวัด เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตในพระศาสนจักร แม้เรา จะอยู่ในสภาพชีวิตที่แตกต่างกัน และความเป็นหนึ่งของเรามาจากความเชื่อในองค์พระคริสตเจ้า องค์เดียวกัน ขอให้เราร่วมมือกับพระศาสนจักรท้องถิ่น เมื่อความก้าวหน้าของงานธรรมทูตและงาน อภิบาลในเขตที่พี่น้องได้อาศัยอยู่เสมอ

 

Post a comment