No comments yet

บทความของมิสชั่น ฉบับที่ 16

การก่อตั้งกลุ่มคริสตชนที่เปรกตาแตน

          งานธรรมทูต คืองานประกาศพระอาณาจักรของพระเป็นเจ้าบนแผ่นดินนี้ พระอาณาจักรของ พระเจ้า เราเห็นไม่ได้ แต่ถ้าที่ใดมีกลุ่มคริสตชน นั่นก็เป็นเครื่องหมายที่ทำให้เรามีความหวังที่จะได้เห็น พระอาณาจักรของพระเจ้าตรงนั้น   พระศาสนจักรคือ เครื่องหมายศักดิ์สิทธิ์ (ศีลศักดิ์สิทธิ์) ของพระอาณาจักรพระเจ้า

          ในเขตวัดที่ผมดูแลอยู่นั้น กำลังมีกลุ่มคริสตชนใหม่เกิดขึ้นสองกลุ่ม กลุ่มที่จะแบ่งปันให้ผู้อ่านฉบับนี้ คือ กลุ่มคริสตชนที่เปรกตาแตน

  ประวัติเดิมคือเมื่อประมาณปี 2009 ผมได้เริ่มสนใจคริสตชนบางคนที่มาร่วมมิสซาที่ วัดสวายปะ วัดสวายปะเป็นกลุ่มคริสตชนเวียดนาม ที่อยู่ทางเหนือของพนมเปญ ประมาณ 7 กม. แต่ความตั้งใจของธรรมทูต คือ การสร้างกลุ่มคริสตชนที่เป็นลักษณะของกัมพูชา  ผมพบว่า มีสองสามคนที่มาจากหมู่บ้านหนึ่งที่อยู่เหนือขึ้นไปอีกราว สิบกว่ากิโลเมตร ชื่อ เปรกตาแตน ซึ่งเป็นชาวกัมพูชา และนั่นก็ทำให้ผมสนใจทันที 

 

          เมื่อเริ่มไปเยี่ยม ก็พบสองครอบครัว ครอบครัวแรกมียายคนหนึ่งที่แก่หน่อย เคยอยู่ในหมู่บ้าน คาทอลิกที่พนมเปญ คือ วัดหลักที่พนมเปญปัจจุบันที่พซาโตจ แต่หลังสงครามผ่านช่วงสมัยเขมรแดงมาได้ พวกเขาก็เริ่มลงหลักปักฐานที่เปรกตาแตน อยู่เหนือขึ้นไปจากพนมเปญประมาณ 20 กว่า กิโลเมตร  ลูกหลานหลายคนไม่ได้รับศีลอะไรเลย รู้แต่ว่าเป็นลูกหลานคริสตัง ครอบครัวนี้มีลูกสาวชื่อ กุณเธีย เป็นตัวหลัก อีกครอบครัวหนึ่ง ก็เป็นคริสตังใหม่ที่เพิ่งเข้ามารับความเชื่อ หลังจากสงครามสงบ และเป็นคนร้อนรน แต่ขาดทักษะ ครอบครัวนี้มี ดาวี เป็นตัวหลัก

          การเริ่มกลุ่มคริสตชนใหม่นั้น ต้องหาเชื้อไฟที่ดี ที่ร้อนรนและรู้จักติดต่อกับเพื่อนบ้าน ซึ่งทั้ง สองคน ก็พยายามทำอย่างดี กุณเธีย เอาใจใส่ชีวิตภายในดี แต่งานหาเลี้ยงครอบครัว ดูจะยุ่งมากกว่า ส่วนดาวี เป็นช่างตัดผม เลยบริหารเวลาได้ดีกว่า อย่างไรก็ตาม ในช่วงแรก ผมให้พวกเขาได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของพระศาสนจักรที่ใหญ่กว่า โดยเข้ามารับการอบรม การประชุม และร่วมกิจกรรมของทางวัด และ มิสซัง เพื่อให้พวกเขาได้กลับมามีชีวิตพระศาสนจักรอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งพวกเขาก็พยายามได้อย่างดี แม้จะต้องทำงานหาเลี้ยงชีพ ดังนั้นตลอดกลางปี 2009 ถึงปี 2010เป็น ช่วงฟื้นฟู โดยผลักดันให้พวกเขา มีส่วนร่วมในกิจกรรมของพระศาสนจักร ส่วนตัวผมเองก็ใช้เย็นวันอาทิตย์ ไปสอนคำสอน เด็กๆ เยาวชนและผู้ใหญ่ที่นั่น ที่บ้านของ กุณเธีย

          หลังจากนั้น พ่อวังซอง(MEP) มารับช่วงต่อจากผม เป็นระยะเวลาสามปี พ่อวังซอง ได้มีมิสซา บ้างบางครั้งมาร่วมกับดาวี สอนคำสอนเด็กๆ ที่หมู่บ้าน ซึ่งส่วนใหญ่ยังไม่ได้รับศีลล้างบาป โดยเช่าบ้านหลังหนึ่ง เพื่อเป็นสถานที่อบรม พร้อมกับซื้อที่ดินไว้แปลงหนึ่ง เพื่อสำหรับสร้างวัดและทำกิจกรรมต่างๆ ในอนาคต นอกจากนั้น ยังได้เริ่มมีกิจกรรมลูกเสือในหมู่บ้าน เพื่ออบรมศีลธรรม จรรยาให้กับเด็กๆด้วย

 

          เมื่อผมกลับมาอีกครั้งพระคุณเจ้าได้มอบหมายพื้นที่เดิมนี้อีกครั้งหนึ่ง ในต้นปี 2014ผม สานต่องานต่างๆ ที่พ่อวังซอง ได้ทำไว้ทันที งานค่อยๆเกิดดอกออกผล แม้จะต้องใช้เวลาในการหว่านและดูแล มีผู้ใหญ่บางคน เริ่มเข้ามาขอเรียนคำสอน เด็กๆหลายคน เริ่มได้แก้บาปรับศีลฯ แม้จะมีเรื่องอุปสรรคที่ ทำให้อ่อนอกอ่อนใจกันบ้าง แต่เราใช้พระวาจาเป็นหลักในการดำเนินชีวิต

 

          ความยากลำบากคือระยะทางที่ห่างไกล และถนนที่ย่ำแย่ อาจทำให้ต้องใช้เวลาในการเดินทาง มากขึ้นและต้องระวังมากขึ้น แต่ก็ไม่ลำบากเท่ากับ การให้ความเชื่อหยั่งรากฝังลึก จนออกมาเป็นชีวิต ในการปฏิบัติ ความเป็นชาวเขมร ที่มีความเชื่อต่างๆ รอบตัว มักทำให้พวกเขาต้องหวาดหวั่น และหลง เชื่อได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องภูติผี เจ้าที่เจ้าทาง การเซ่นไหว้ ซึ่งเป็นบรรยากาศทั่วไปของชาวบ้าน

 

          การพัฒนาภายนอกที่ทำควบคู่กันอยู่ตอนนี้คือ การเตรียมที่สวดภาวนารวม คือเป็นของส่วน กลาง เป็นที่ๆ พระเยซูจะประทับอยู่ท่ามกลางพวกเขาในหมู่บ้านและยังเป็นสถานที่สำหรับอบรม เด็กๆ และการสอนคำสอน รวมทั้งการเตรียมเปิดโรงเรียนอนุบาล สำหรับเด็กๆชาวบ้านที่ยากจน ที่บางคนโตแล้วก็ยังอ่านหนังสือไม่ออก

 

          ผมได้เสนอโครงการไปทางมิสซังพนมเปญแล้ว โครงการผ่าน แต่ต้องหาทุนเอง ตรงนี้ก็ทำให้ผม ต้องไว้วางใจในพระเจ้ามากขึ้น ผมตั้งใจทำอาคารสองชั้น ชั้นแรกเป็นห้องเรียน ที่ห้องโถงใหญ่สำหรับ ทำเป็นโรงเรียนอนุบาลเล็กๆ รับเด็กไม่เกิน 40 คน และใช้พื้นที่สำหรับทำกิจกรรมสำหรับเด็กๆและเยาวชนในหมู่บ้าน ชั้นบน จะเป็นห้องโถง ทำเป็นวัดน้อยสำหรับสวดภาวนา และเผื่อไว้สำหรับในฤดูน้ำหลาก ที่อาจจะต้องมาใช้ข้างบนแทน เพราะพื้นที่หมู่บ้านแถบนี้เป็นพื้นที่ลุ่ม จะมี น้ำท่วมปีละสองถึงสามเดือน จึงต้องยกพื้นสูงไว้ก่อน อย่างไรก็ตาม เราต้องถมดินเพิ่มขึ้นเผื่อสำหรับอนาคตด้วย

โครงการขั้นแรกในปีนี้ คือ ถมดินและเตรียมครู ต้องใช้งบเบื้องต้น ประมาณ 192,000 บาท สำหรับถมพื้นที่ 740 ตารางเมตร สูง 2.50 เมตร ส่วนงบต่อไปคือ งานทำรั้ว ขอไฟฟ้า ทำตัวอาคารสอง ชั้น ระบบน้ำไฟ และข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ สถานอนุบาล ซึ่งคาดว่าจะใช้ประมาณ หนึ่งล้านกว่าบาท ถ้าพี่น้องท่านใดอยากมีส่วนร่วมในงานธรรมทูตนี้ ติดต่อผมได้ผ่านทางอีเมล์ dentms@gmail.comหรืออยากมาเยี่ยมเยียนงานธรรมทูต มาแสวงบุญ ก็ติดต่อ มาที่อีเมล์นี้ได้เช่นกันครับ หรือเลขโทรศัพท์ +855 77 800 211

 

พระ เป็นเจ้าผลักดันให้เรามีส่วนในงานพระประกาศพระวรสาร ในฐานะที่เราเป็นคาทอลิกผ่าน ทางศีลล้างบาปและพระองค์ก็ประทานให้เราแตกต่างกันไป สำหรับงานของพระองค์นี้ และพระพรนี้ จะอยู่ในจิตใจของทุกคนที่มีน้ำใจดีเสมอ ผมขอฝากพี่น้องในกลุ่มคริสตชนใหม่แห่งนี้ ไว้ในความดูแล ของพระ และความช่วยเหลือของพี่น้องด้วย

Post a comment